ลำโพงเคลื่อนที่

เราจะเห็นได้ว่าในปัจจุบันนี้ ลำโพงเป็นสิ่งที่คนชอบนิยมซื้อมาใช้งานไม่ว่าจะเป็นบนรถ ในบ้านหรือในสถานที่ที่ต่างๆที่มีงาน จะมีความนิยมใช้ลำโพงเคลื่อนที่และในปัจจุบันนี้ มีหลายๆโรงเรียนนำลำโพงเคลื่อนที่นี้นี้ นำไปใช้งานในการศึกษา

ในการสอนเด็กนักเรียนเพื่อให้ฟังเข้าใจและได้ยินสิ่งที่ต้องการสื่อสารให้เราเข้าใจ ชัดเจนขึ้นเพื่อเกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้น ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีอย่างมาก มีประโยชน์ในการใช้งานหลายๆอย่างเช่นกันอีกด้วย

ประโยชน์ของลำโพงเคลื่อนที่

อย่างที่เราจะเข้าใจกันว่า ลำโพงนั้นก็แค่เป็นตัวช่วยในการเพิ่มเสียงให้ดังขึ้น ให้เราฟังแล้วได้ยิน ในสิ่งที่ต้องการสื่อสารให้เราเข้าใจ ได้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะตอนที่เรานั้น อยู่ในสถานที่ที่มีผู้คนเยอะ เราจะไม่ค่อยได้ยินเสียงอะไร การที่มีลำโพงเข้ามาช่วยนั้น จะทำให้เรานั้นสามารถที่จะฟังรู้เรื่องมากยิ่งขึ้น จึงเป็นสิ่งที่สามารถเป็นตัวช่วยในหลายๆอย่างอย่างมาก

ที่เกี่ยวกับการใช้เสียงในการสื่อสาร เพื่อให้เราได้ยินชัดเจนมากยิ่งขึ้น หลายๆคนจึงเริ่มมีความนิยมในการซื้อมาใช้งานของเราได้อย่างเกิดประโยชน์ที่สุด เพื่อการที่เรานั้น นำไปใช้งานได้เป็นอย่างดีและสามารถนำไปใช้งานได้อย่างหลากหลายอีกด้วยเช่นกัน บางคนนั้นต้องการที่จะเอาลำโพงเคลื่อนที่นั้นไปใช้กับไมโครโฟน

บางคนอาจจะซื้อนำไปใช้ในการเปิดเพลง แล้วแต่ความต้องการในการใช้งานของแต่ละคนว่า ต้องการนำลำโพงไปใช้ในทางด้านไหน เพื่อที่จะได้รับประโยชน์ที่สุด แต่ที่เราเห็นส่วนใหญ่นั้น จะเป็นที่สถานศึกษา โรงเรียนหรือสถานที่ที่มีงานสัมมนา เพราะสถานที่ที่มีผู้คนเยอะๆ ลำโพงนั้นถือว่ามีความจำเป็นอย่างมากในการนำไปใช้งาน เพื่อที่จะให้ผู้ฟังนั้น

รับรู้และเข้าใจสิ่งที่เรานั้น ต้องการที่จะสื่อสารให้เขาเข้าใจ เพื่อจะสื่อสารกันอย่างเข้าใจและฟังได้ยินชัดเจนมากยิ่งขึ้น จึงเป็นอุปกรณ์เสริมที่ใครหลายๆคนนั้น อาจจะต้องการนำมาช่วยในการใช้งานในการทำงานของเราก็ได้ เราจะได้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในการทำงานต่างๆของเรา ฉะนั้นคนที่ต้องการซื้อสามารถเลือกการใช้งานตามความต้องการ

หรือตามความเหมาะสมของเราได้เลย เพื่อที่จะนำไปใช้งานได้อย่างเกิดประโยชน์มากถึงมากที่สุดเลย ฉะนั้นเราต้องรู้จักการนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ เพื่อการใช้งานที่ดี มีคุณภาพในการใช้งาน ลำโพงนี้อาจจะหาซื้อได้ตามร้านเครื่องเสียงโดยเฉพาะหรือตามห้างสรรพสินค้าก็อาจจะมีขายตามร้านค้าอุปกรณ์ต่างๆ ถ้าหากว่าใครมีความสนใจที่ต้องการซื้อไปใช้งาน ก็สามารถหาซื้อกันได้เลย

ไมโครซอฟท์เวิร์ด

โปรแกรมไมโครซอฟท์เวิร์ดนี้จัดเป็นโปรแกรมที่ใช้ในการทำงานในออฟฟิศ  มักพบตามที่ทำงานทั่วไปที่นิยมใช้กัน แม้กระทั่งตามโรงเรียนสำนักงานก็มีการใช้งาน สรุปเป็นโปรแกรมออฟฟิศโปรแกรมหนึ่งที่มีการใช้งานเป็นจำนวนมาก

การใช้งานทำได้หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์งาน เขียนบทความ การสร้างตาราง อีกมากมาย ซึ่งโปรแกรมไมโครซอฟท์เวิร์ดนี้ในปัจจุบันมีการพัฒนาตามยุคสมัย เรามาสามารถเลือกใช้งานได้  การใช้งานโปรแกรมไมโครซอฟท์เวิร์ดนั้นไม่ยากอย่างที่คิด

สมัยนี้ตามโรงเรียนมีการสอนให้รู้จักการใช้ตั้งแต่เด็ก จึ่งถือว่าเป็นโปรแกรมออฟฟิศหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการทำงานเหมือนกัน

ในสมัยนี้นักโปรแกรมมีการพัฒนาไมโครซอฟท์เวิร์ดนี้ขึ้นมามีหลากหลายเวอร์ชั่นเลย  เราสามารถเรียนรู้วิธีการใช้งานง่าย ซึ่งแต่ล่ะเวอร์ชั่นนั้นมีหน้าตาแตกต่างกันไป แต่การงานใช้จะคล้ายๆกัน สำหรับการใช้งานให้เร็วย่อมเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดที่มีการพัฒนาขึ้นมาทำให้การทำงานมีความเร็วขึ้นกว่าเดิม

การทำงานของไมโครซอฟท์เวิร์ด

  • การใช้งานหลักเลยเราสามารถใช้โปรแกรมไมโครซอฟท์เวิร์ดนี้ในการพิมพ์รายงาน การพิมพ์เอกสาร หรือว่าพิมพ์จดหมาย ใช้งานพิมพ์ได้ทุกอย่าง
  • ในโปรแกรมเวิร์ดนี้สามารถทำการแทรกรูปเข้ามาในเอกสารงานเราได้ หรือการแทรกตาราง
  • เมื่อเราพิมพ์งานสามารถใส่เลขหน้า ปรับเปลี่ยนขนาดตัวอักษร ตั้งขนาดของกระดาษเองได้
  • ถ้าเรามีการพิมพ์งานผิด สามารถมีแก้ไขเปลี่ยนคำให้สะกดถูก
  • เวลาทำงานเสร็จในโปรแกรมเราสามารถบันทึกได้อัตโนมัติ
  • ทำการประดิษฐ์ตัวอักษรต่าง ๆ ขยายขนาดอักษรให้เป็นตัวใหญ่ตามต้องการ

นี้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานขอโปรแกรมไมโครซอฟท์เวิร์ด ซึ่งในโปรแกรมนั้นสามารถทำงานได้มากมาย แต่หลักๆ ก็คือการพิมพ์งานนั้นเอง  

ประโยชน์ของโปรแกรมไมโครซอฟท์เวิร์ด

  • เราสามารถใช้โปรแกรมเวิร์ดนี้ทำงานเชื่อมกับโปรแกรมอื่นได้ เช่นการก๊อปข้อมูลจากอีกโปรแกรมมาใส่ในเวิร์ดได้ แล้วทำการเปลี่ยนแปลงอักษร
  • สามารถตกแต่งรูปภาพโดยการใส่กรอบหรือทำตารางงานให้มีสีสันสวยงามได้ 
  • ในโปรแกรมเวิร์ดมีระบบที่ช่วยให้การพิมพ์งานต่าง ๆ ไวขึ้น เช่น มีแบบให้เราเลือกใส่ข้อความอัตโนมัติ ช่วยตรวจสอบคำที่ผิดให้
  • สามารถสร้างตารางอย่างนในโปรแกรม excel  ได้เช่นกัน 

โปรแกรมไมโครซอฟท์เวิร์ดจึงเป็นโปรแกรมออฟฟิศที่มีการใช้งานมากที่สุด เป็นโปรแกรมที่สามารถทำได้หลายอย่าง หากใครสนใจที่จะฝึกการใช้งานโปรแกรมนี้ถือว่าไม่ยาก สามารถทำความเข้าใจง่าย

การใช้งานไม่ซับซ้อน ปัจจุบันทุกหน่วยงานมีการนำไปใช้งานกันหมด เป็นโปรแกรมที่ทำให้การพิมพ์งานต่าง ๆ มีความสะดวกมากขึ้น เราสามารถเชื่อมต่อกับโปรแกรมอื่นได้ในระหว่างการทำงาน

 

สนับสนุนโดย  ufabet

เลือกอุปกรณ์เพื่อพัฒนาบริษัท

การบริหารคนหรือว่าจะเป็นบริษัท มีความคล้ายคลึงกันและแตกต่างกัน นั่นก็คือจะต้องมีการพัฒนาตัวเองอยู่เสมอให้เท่าทันต่อเทคโนโลยีต่างๆที่มีการเปลี่ยนแปลง เพื่อนำมาพัฒนาองค์กรหรือนำองค์ความรู้เหล่านี้มาพัฒนาบุคลากรภายในองค์กร

แต่สิ่งที่ต่างกันก็คือการพัฒนาคนสามารถพัฒนาวางแผนได้เป็นระบบและเป็นขั้นเป็นตอน แต่การพัฒนาบริษัทอาจจะมีการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอนจำเป็นจะต้องมีการศึกษาวิจัยและวิเคราะห์ต่างๆว่าจะวางทิศทางของบริษัทไปในทิศทางไหนเพราะว่าในปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนความต้องการของผู้บริโภคเป็นจำนวนมาก จึงเป็นสาเหตุให้บริษัทที่จะต้องมีการพัฒนาศักยภาพในการทำงานต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นของต่างๆ

ภายในบริษัทจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาให้เข้าใจว่าในอุปกรณ์ที่จะมาใช้พัฒนาไม่ว่าจะเป็นระบบ AI ปัญญาประดิษฐ์ หรือเซิร์ฟเวอร์ฐานข้อมูลต่างๆ นำมาใช้ในบริษัทแล้วจะเกิดผลยังไงข้อดีข้อเสียแตกต่างกันอย่างไรราคาเท่าไหร่ จึงเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนอย่างยิ่งว่าการสร้างบริษัทที่มีคุณภาพให้เท่าทันต่อเทคโนโลยีในปัจจุบันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาว

แต่อย่างไรก็ตามในระบบต่างๆสามารถวิเคราะห์และแยกส่วนของตัวเองได้ง่ายตามความเหมาะสมและเลือกอุปกรณ์ต่างๆมาใช้ในองค์กรตัวเอง สามารถเลือกได้ 3 หัวข้อใหญ่นะก็คือ 

เมนเฟรมหรือคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ ใช้สำหรับการเก็บข้อมูลหรือการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่หากบริษัทคุณมีบริษัทที่มีมูลค่าค่อนข้างสูงและมีข้อมูลจำนวนมากในการคิดวิเคราะห์และวิจัยอยู่เสมอ เมนเฟรมถือว่าตอบโจทย์อย่างยิ่งในการที่จะนำข้อมูลปริมาณมากเหล่านั้นมาวิเคราะห์หาข้อสรุป หรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของระบบคลาวด์คอมพิวติ้งที่รับฝากข้อมูลต่างๆ ซึ่งเป็นส่วนย่อยๆที่จะทำให้บริษัทสามารถเก็บข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์หรือวิจัยในอนาคต 

อันดับต่อมาหาบริษัทคุณมีขนาดกลางไม่ว่าจะเป็นองค์กรที่พึ่งก่อตั้งมาไม่นานแต่ว่าสามารถผลิตสินค้าได้เป็นจำนวนมาก มีพนักงานเรา 300 ถึง 500 คนและทำหน้าที่แตกต่างกัน ในส่วนนี้แนะนำให้ใช้มินิคอมพิวเตอร์ในส่วนนี้จะเป็นสมรรถนะรองลงมาจาก mainframe แต่จะมี Server ในการเก็บข้อมูลพอสมควร ที่จะนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์ได้ในอนาคตส่วนใหญ่จะใช้ในบริษัทหรือองค์กรที่มีขนาดกลางไม่ว่าจะเป็นบริษัทต่างๆที่มีเพียงสาขาเดียวแต่มีคนค่อนข้างเยอะ หรือจะเป็นองค์กรอิสระ รวมทั้งภาครัฐอย่างโรงพยาบาล ก็มีให้เห็นอยู่ที่เลือกใช้และเลือกนำมา

ส่วนถ้าคุณเป็นบริษัทขนาดเล็กมีผู้คนราวตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป จนไปถึง 50 คน ก็สามารถใช้ไมโครคอมพิวเตอร์ได้เพราะปัจจุบันมีการพัฒนาระบบ Cloud ที่ฝากข้อมูลในระบบออนไลน์ เพียงคุณมีแค่คอมพิวเตอร์แล้วก็อินเตอร์เน็ตก็สามารถฟังข้อมูลเหล่านี้ไปได้แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องตั้ง Server ของตัวเองให้เสียค่าใช้จ่าย 

เรานี่เองคือการพัฒนาและใช้เทคโนโลยีเหล่านี้เพื่อพัฒนาองค์กรของตัวเองให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาและดูวิธีการใช้สิ่งต่างๆเพื่อให้การพัฒนาองค์กรของตัวเองเป็นไปในทิศทางที่เหมาะสม

NoSQL database –Apache Cassandra

Apache Cassandra เป็นฐานข้อมูลแบบ open source ที่เปิดให้ดาวน์โหลดฟรีใช้กับฐานข้อมูลที่เป็นแบบ NoSQL หรือข้อมูลที่มีคอลัมน์แบบไม่เฉพาะเจาะจง Cassandra ตอนแรกถูกพัฒนากับเว็บ facebook โดยดูในส่วนของ เมนู inbox เป็นหลัก ซึ่งจริงๆ แล้วมันถูกเปิดให้ใช้งานอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2008

Cassandra ถูกนำมาใช้กับงาน big data เพื่อรับ workload ของข้อมูลแบบกระจัดกระจาย, การอ่าน, การเขียน ระหว่างโหนดหลายๆโหนด โดยที่ไม่เกิดข้อผิดพลาดเลย

Cassandra เป็นระบบแบบ peer-to-peer ซึ่งใช้การทำงานโดยเรียกคลัสเตอร์ในแต่ละโหนด ซึ่งโหนดนั้นต้องสามารถรองรับการอ่านหรือเขียนได้ เช่นเดียวกับ ฐานข้อมูลของ Amazon’s Dynamo DB ที่ทุกโหนดในคลัสเตอร์จะติดต่อสื่อสารระหว่างกัน โดยใช้โปรโตตอลการสื่อสารแบบ peer-to-peer

หลักการทำงานที่แท้จริงของมันคือ Cassandra จะใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Log Structured Merge (LSM) และประกอบด้วยองค์ประกอบหลักหลายอย่างด้วยกันดังนี้

Commit log 

แต่และโหนดใน cluster จะมี commit log ที่แบบเรียงต่อกันเพื่อไรท์ข้อมูลลงใน disk และให้เกิดความสมบูรณ์ของ data ในส่วนของการไรท์อินเด็กซ์และข้อมูลลงไปในหน่วยความจำภายใน เราเรียกว่า memtable.

Memtable

เป็นเหมือนแคชที่สามารถไรท์ข้อมูลลงไป โดยใช่ i/o เชื่อมต่อโดยตรงกับแคช มันมีข้อดีคือ ลด latency ให้ต่ำลง และเกิด high throughput  โครงสร้างของ memTable จะเก็บไว้ใน memory ของ java (Java heap memory) 

อย่างไรก็ตาม Cassandra 2.1 เพิ่มออพชันการเก็บ memtable ให้อยู่นอก java heap memory เพื่อลดการเก็บข้อมูลที่เป็นข้อมูลขยะได้ด้วย

SSTables

เมื่อ commit log เต็ม มันจะเกิดการเปลี่ยนที่เก็บ memTable ให้ไปเก็บในรูปแบบของ SSTables data file และกระบวนการของ memTable จะถูกเคลียร์ออกไปก่อน และ commit log จะถูกลบออกและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ 

Cassandra จะแบ่งพาร์ทิชั่นโดยอัตโนมัติเพื่อไรท์ข้อมูลและ replicates มันผ่าน cluster

Compaction 

Cassandra เกิดการรวม SStables โดยใช้กระบวนการที่เรียกว่า compaction ที่ความถี่ของการรวม compactions จะถูกเก็บไว้ในไฟล์ yaml หรือผ่านคำสั่งของ Cassandra เองที่เรียกว่า Cassandra Query Language (CQL) ในกระบวนการรวมกัน Cassandra จะรวมคีย์, คอลัมน์merges keys, combines columns, evicts tombstones data จริงๆจะถูกมาร์กว่าเป็นของเก่า, และมีการรวม SSTables และสร้าง index ใหม่ 

YugaByte DB มีความคล้ายคลึงกับ LSM storage engine ที่ออกแบบใน Cassandra แต่ว่ามันมีข้อดีตรงที่มีประสิทธิภาพและความทนทาน

ภาษาโปรแกรมอะไรที่สามารถเขียนในฐานข้อมูล Cassandra ได้ 

เมื่อเรากล่าวถึง casssandra ที่มันถูกเขียนด้วย java ภาษาที่ใช้เขียนมันก็คือ Long garbage collection (GC) หรือที่มันนำมาใช้ในสภาพแวดล้อมของ production ซึ่งข้อดีของ garbage collector นี้เพื่อลด latency และเพิ่ม throughput ได้ด้วย

CQL หรือชื่อเต็มคือ Cassandra Query Language (CQL) ใช้เพื่อเขียน insert, update, delete, select ข้อมูลจาก Cassandra นั่นเอง

คอมพิวเตอร์-อะไรคือ Apache Kafka

มันคือโปรแกรมที่ใช้ในการจัดการคิว ล่าสุดจาก apache

การสร้าง platform นี้ขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์ 3 อย่างเลยคือ

  1. เผยแพร่และเพื่อให้การทำงานกับเรคคอร์ด, หรือระบบการจัดการต่างๆ ให้มีความเป็นไปอย่างมีลำดับ

2.การเก็บข้อมูลของ streams เพื่อป้องกันการเกิดข้อผิดพลาด

3.โปรเซสการทำงานในแต่ละ process จะเกิดขึ้นเวลาใดก็ได้

Kafka เป็น application เพื่อการทำงานหลัก ๆอยู่สองอย่างคือ

1.เพื่อสร้าง data pipeline ที่เป็นแบบ เรียลไทม์เพื่อรับข้อมูลระหว่างแอพลิเคชันและระบบ

  1. เพื่อสร้างแอพลิเคชัน streaming แบบ real-time เพื่อการแปลงข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบของ data streams

เพื่อให้เข้าใจหลักการทำงานของมัน เราจะไปดูด้านล่างดังนี้

Concept คือ kafka รันบนคลัสเตอร์ที่อยู่บน server เพียงตัวเดียวหรือมากกว่าหนึ่งตัว และสามารถกระจายอยู่ในหลาย data center 

Kafka cluster เก็บ streams ของเรคอร์ดให้เป็นหมวดหมู่ ซึ่งเราจะเรียกว่า topics, แต่ละ record จะมี key, value, timestamp

Kafka มี api อยู่สี่ตัวหลัก ๆคือ 

  1. Producer API อนุญาตให้ แอพลิเคชันเผยแพร่ stream ของ เรคอร์ดไปสู่ kafka topics อันเดียวหรือหลายอันได้ 
  2. Consumer API อนุญาตให้ แอพลิเคชันติดตามมากว่า 1 topics ได้ และการทำงานของมันสามารถสร้าง stream ของเรคอร์ดเพิ่มขึ้นมาใหม่ได้ 
  3. Streams API จะทำงานกับแอพลิเคชันคล้ายๆ กับ stream cluster ที่มันจะสร้าง output จำนวนหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่ง topics โดยเป็นการเปลี่ยนรูปจาก input streams ไปยัง output streams
  4. Connector API เปิดให้มีการ build หรือการรัน producers และ consumer ใหม่ได้ แต่ว่า แอพลิเคชันนั้นต้องมีอยู่จริงหรือว่าเป็นระบบข้อมูลโดยเฉพาะ ตัวอย่างเช่น connector ที่เชื่อมต่อไปยัง relational database จะต้องจับการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างที่เกี่ยวกับ table 

Kafka เป็น message queue ที่เชื่อมต่อระหว่างเครื่อง client และเครื่อง server เพื่อให้การทำงานมันง่าย, มีประสิทธิภาพสูง, ใช้ภาษาด้านที่เกี่ยวกับ tcp protocol โปรโตคอลเวอร์ชันนี้สามารถเก็บได้และจะรันย้อนหลังก็ได้ ทำให้ดีกว่าเมื่อเทียบกับเวอร์ชันเก่ากว่า ซึ่งเรามีการจัดเครื่อง java client สำหรับ kafka โดยเฉพาะ แต่ว่า client สามารถใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์โดยการเขียนได้หลายภาษา

Topics and Logs เรามาดูเรื่องจอง topics และ logs ที่ใช้ใน kafka

หัวข้อคือเราต้องการจัดข้อมูลจำนวนมหาศาล และการดำเนินงานใน kafka ต้องได้รับการยอมรับ คือ topic จริงๆ แล้วจะเริ่มตั้งแต่ 0 หรือผู้บริโภคหลายรายต้องใช้ topic จำนวนน้อยๆก่อนที่จะเขียน data ลงไปที่มัน

ตัวอย่างเช่น data cluster จะยังคงเก็บ partitioned log เอาไว้

แต่ละ partition จะถูกเรียงลำดับ ซึ่งเรคอร์ดที่มาทีหลังใช้วิธีการต่อด้านท้ายเอา ซึ่งจำนวนของการ insert ข้อมูลเราเรียกว่าการตั้งค่า offset และแต่ละ record จะถูกเก็บอยู่ใน partition

การตลาดออนไลน์

การตลาดออนไลน์คือการทำสื่อออนไลน์โฆษณาสินค้าตามเว็บไซต์ต่างๆเพื่อประชาสัมพันธ์ให้คนที่เข้ามาใช้บริการเห็นสินค้าของเราที่โฆษณาออกไปแต่การทำธุรกิจออนไลน์มีหลายรูปแบบจะส่งไฟล์ผ่านอีเมลก็ทำได้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการสินค้าสามารถเลือกรับข่าวสารของเราผ่านอีเมลก็ได้เพราะระบบจะแจ้งเตือนคุณทุกครั้งที่มีสินค้าใหม่ๆ

เข้ามาหรือมีการประชาสัมพันธ์สื่ออะไรใหม่ๆลูกค้าก็จะได้รับข่าวสารทันทีเพราะปัจจุบันการดำรงชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่นี้จะต้องมีสื่อออนไลน์เข้ามามีบทบาทในชีวิตมากขึ้นเพราะว่าอำนวยความสะดวกสบายในการใช้งานและสามารถใช้บริการได้ตามความพึงพอใจของเราจึงทำให้คนยุคใหม่นั้นสนใจทางด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัยในปัจจุบันนี้กันอย่างมาก

แถมยังหาเงินหารายได้เข้าตัวเองได้ง่ายๆถ้าหากรู้จักวางแผนการทำงานเพราะการทงานผ่านสื่อผ่านโซเชียลมีคนนิยมทำกันอย่างมากและมีคนประสบผลสำเร็จอย่างมากเช่นกันถ้าหากรู้จุดขายของคนที่ใช้บริการว่าเขาต้องการอะไรกันเราก็สามารถนำมาวางแผนลงทุนสร้างสินค้าสร้างผลิตภัณฑ์ของเราได้ง่ายๆและก็ทำโฆษณาสินค้าของเราให้มีความน่าสนใจดึงดูดสายตาผู้ที่เห็นโฆษณาสินค้าของเราตามสื่อต่างๆก็จะเจาะกลุ่มเป้าหมายได้ถ้าหากมีคนให้ความสนใจต่อผลิตภัณฑ์ของเราก็จะสามารถต่อยอดการทำงานผ่านสื่อได้ง่ายๆ

อาจจะขยายธุรกิจหรือหาสินค้าผลิตภัณฑ์มาทำเพิ่มและสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอีก การทำการตลาดออนไลน์ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปถ้าหากคุณรู้จักสินค้าผลิตภัณฑ์ของเราดีและกำหนดได้ว่าผู้ใช้บริการกลุ่มไหนเป็นกลุ่มเป้าหมายที่จะมีโอกาสใช้บริการสินค้าเราเท่านี้ทุกคนก็จะเห็นสินค้าของเราแล้วถมยังสามารถสร้างยอดขายในโลกออนไลน์ได้อย่างง่ายๆถ้าหากคุณมีความใส่ใจในการทำตรงนี้การรู้จุดผู้ใช้บริการสินค้าและเราต้องวิเคาะห์ก่อนว่าถ้ากลุ่มนี้มีความสนใจในตัวสินค้าของเราแล้ว

สามารถสร้างรายได้และได้กำรเท่าไหร่การกระทำแบบนี้ก็ถือว่ามีความรอบคอบในการทำธุรกิจออนไลน์เพราะต้องคำนึงถึงเงินลงทุนผลกำไรจากการให้บริการไปแล้วจะมีกำไรในการขายสินค้าหรือไม่เราต้องมีกลยุทธ์ในการทำงานในการวางแผนการสร้างธุรกิจสักอย่างเราต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้มากๆมีปัจจัยหลักคือการทำให้สินค้าหรือผลิตภัณฑ์ของเราเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

และในอนาคตอาจจะมีสินค้าของเราเป็นที่นิยมระดับโลกก็ได้ถ้าหากคุณมีวางแผนในการทำงานที่ดีก็จะสามารถเจาะเป้าหมายตลาดโลกได้อย่างง่ายดายเพียงแค่คุณรู้จุดขายของเราว่าสามารถทำให้คนกลุ่มไหนสนใจในสินค้าเราได้นั่นก็ถือว่าเราประสบความสำเร็จการทำการตลาดออนไลน์แล้ว

เรียนรู้ฟังก์ชั่นเกี่ยวกับสตริง ตัวเลข วันที่เวลา ในภาษา PHP

ฟังก์ชั่นที่ต้องเรียนรู้เกี่ยวกับสตริง ตัวเลข วันที่เวลา ในภาษา PHP มีมากมาย ทีน่าสนใจและน่าติดตาม เราจำเป็นต้องเรียนรู้ฟังกชั่นที่สำคัญๆและใช้บ่อยๆเอาไว้

ฟังก์ชั่นเกี่ยวกับสตริงย่อย

strstr(สตริงย่อย, สตริงหลัก) เลือกเอาเฉพาะสตริงนับตั้งแต่สตริงย่อยที่พบเป็นต้นไป ดังตัวอย่างนี้

$str = “You will never walk alone”;

$substr = “walk”;

$s = strstr($str, $substr); //ผลลัพธ์ได้มาเป็น walk alone

substr(สตริงหลัก, ตำแหน่งเริ่มต้น [,ความยาว]) เป็นคำสั่งคัดเอาสตริงย่อยโดยกำหนดตำแหน่งเริ่มต้น และความยาวที่ต้องการ ลักษณะของการกำหนดอาร์กิวเมนต์คือ

หากเรามกำหนดความยาว หรือจำนวนอักขระ โปรแกรมจะทำดีฟอลต์ด้วยการคัดเอาสตริงทั้งหมดนับตั้งแต่ ตำแหน่งเริ่มต้นไปจนจบสตริง

หากกำหนดตำแหน่งเริ่มต้นเป็นบวกการคัดลองสตริงจะเริ่มที่ตำแหน่งนั้น

หากกำหนดตำแหน่งเริ่มต้นเป็นลบการคัดลอกสตริงจะเริ่มที่ตำแหน่ง => ความยาว – ตำแหน่งเริ่มต้นที่กำหนด

หากกำหนดค่าความยาวเกินกว่าความยาวของสตริงโปรแกรมจะคัดเอาจนถึงแค่จุดสิ้นสุดสตริง ดังตัวอย่างเช่น

$str = “ABCDEFGHIJ”;

$sub1 = substr($str,3); //DEFGHIJ

$sub2 = substr($str,3,2); //DE

$sub3 = substr($str,-3); //HIJ

substr_count(สตริงหลัก,สตริงย่อย) ทำงานโดยการนับจำนวนคำที่มีอยู่ในสตริง โดยรูปแบบตัวพิมพ์ต้องตรงกันแบบเป๊ะๆด้วย

$s =  “aaabbaaa AAAbbb aAaaaa”;

$c = substr_count($s, “aaa”); // ผลลัพธ์คือ 3

ฟังก์ชั่นในการค้นหาสตริง

strpo(สตริงหลัก,สตริงย่อย) ค้นหาตำแหน่งของสตริงย่อย ซึ่งค่าที่คืนกลับมาจะเป็นตำแหน่งที่ค้นพบสตริงย่อยครั้งแรก แต่หากว่าไม่พบ จะคืนค่า null กลับมาโดยที่ลักษณะของตัวพิมพ์จะต้องเหมือนกัน เช่น

$str = “no pain no gain”;

$pos = strpos ($str, “no”); //0

$pos = strpos($str, “in”); //5

$pos = strpos($str, “No”); //null ไม่เจอค่า เพราะต้องตรงทั้งตัวพิมพ์เล็กพิมพ์ใหญ่

ฟังก์ชั่นในการแทนที่สตริง

เป็นฟังก์ชั่นในการแทนที่สตริงด้วยค่าที่กำหนด

str_replace(สตริงที่จะค้นหา, สตริงที่จะใช้แทนที่, สตริงหลัก) การทำงานคือการแทนที่สตริงย่อยด้วยสตริงย่อยใหม่ที่ต้องการ หากสตริงย่อยที่เราต้องการค้นหามีมากกว่า 1 ครั้ง ก็จะถูกแทนที่ทั้งหมด

$str = “no pain no gain”;

$substr_old = “no”;

$substr_new = “more”;

$newstr = str_replace($substr_old, $substr_new, $str);

echo $newstr; //more pain more gain

ฟังก์ชั่นเกี่ยวกับสตริง

ในภาษาพัฒนาเว็ปไซต์ PHP มีฟังก์ชั่นเกี่ยวกับสตริง ตัวเลข เวลามากมายรอคอยให้เราไปศึกษา และทำความเข้าใจอยู่ เพื่อให้เรานำเอามา adapt , apply ใช้ให้เหมาะสม

แล้วจะทำให้เว็ปไซต์ หรือ application ต่างๆที่พัฒนาจาก PHP สามารถก้าวล้ำหน้าคู่แข่งไปได้ไกล เพราะเรารู้จักใช้และดัดแปลงฟังก์ชั่นต่างๆได้เป็นอย่างดี เราควรรู้ไว้บ้างเพื่อนำไปใช้ ดังนี้

str_replace(สตริงที่จะค้นหา, สตริงที่จะแทนที่, สตริงหลัก) คำสั่งฟังก์ชั่นนี้จะทำหน้าที่ทดแทนที่สตริงย่อยๆแล้วเปลี่ยนเป็นสตริงย่อยใหม่ที่ต้องการ และหากว่าสตริงย่อยที่เราต้องการค้นหาและจะแทนที่นั้นมีมากกว่า 1 ครั้ง ก็จะเป็นการแทนที่ทั้งหมด ดังตัวอย่าง

$str = “no pain no gain”;

$substr_old = “no”;

$substr_new = “more”;

$newstr = str_replace($substr_old, $substr_new, $str);

echo $newstr; // result คือ more pain more gain

str_ireplace(…) เป็นฟังก์ชั่นในการแทนที่เช่นกัน แต่ว่าข้อแตกต่างคือ จะไม่สนใจความแตกต่างของตัวพิมพ์เล็กพิมพ์ใหญ่ (ignore case) นั่นเอง

strtr(สตริงหลัก, อาร์เรย์ของสตริงที่จะใช้แทนที่) ฟังก์ชั่นนี้ จะเป็นการแทนที่สตริงอีกรูปแบบหนึ่ง โดยตัวฟังก์ชั่นเราจะสามารถกำหนด substring ในการแทนที่ได้มากกว่ 1 คำ และการแทนที่อาร์เรย์สตริงที่ใช้แทนนั้นต้องกำหนดในรูปแบบของ keys/value ดังนี้

key = สิ่งที่เราต้องการค้นหา

value = สิ่งที่เราจะนำไปแทนที่ ซึ่งรูปแบบของตัวพิมพ์จะต้องตรงกันด้วย จึงจะแทนที่กันได้

$str = “คนเสพสบาย คนขายรวย”

$a = array(‘สบาย’ => ‘ตาย’, ‘รวย’ => ‘ติดคุก’);

$s = strtr($str, $a);

echo $s; //ผลลัพธ์คือ คนเสพตาย คนขายติดคุก

ฟังก์ชั่นในการตัดช่องว่าง และเติมสตริง

ltrim(สตริง) เป็นฟังก์ชั่นในการตัดช่องว่างทางด้านซ้าย (Left) ของสตริงออกทั้งหมด

$str = “   PHP “;

$s = ltrim($str); //ผลลัพทธ์ $s=”PHP

rtrim(สตริง) เป็นฟังก์ชั่นในการตัดช่องว่างทางด้านขวา (RIGHT) ของสตริงออกทั้งหมด

$str = “   PHP “;

$s = rtrim($str); //ผลลัพทธ์ $s=” PHP”

trim(สตริง) เป็นฟังก์ชั่นในการตัดช่องว่างทั้งทางด้านซ้ายและทางด้านขวา (Trim) ของสตริงออกทั้งหมด

$str = “   PHP “;

$s = trim($str); //ผลลัพทธ์ $s=”PHP”

str_pad(สตริงหลัก,ความยาว,สตริงย่อย,รูปแบบ) เป็นการเติมสตริงย่อยเพื่อให้สตริงหลักมีความยาวตามที่ระบุ โดยต้องระบุรูปแบบว่าให้เติมสตริงลงในตำแหน่งใด ดังนี้ STR_PAD_LEFT, STR_PAD_RIGHT, STR_PAD_BOTH คือจะให้เติมไปที่ด้านซ้าย หรือขวา หรือทั้งสองด้าน ตามลำดับ

$str = “PHP”;

$s = str_pad($str,10,”*”, STR_PAD_RIGHT);

//ผลลัพธ์ PHP*******

เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย

สั่งอาหารผ่านคอมพิวเตอร์

คอม​พิวเตอร์​หรือ​แท็บเล็ต​มีความจำเป็น​และสำคัญ​มาก​สำหรับ​ร้านอาหารใหญ่​ๆในห้างสรรพสินค้า​หรือในร้านอาหาร​ที่ทันสมัย​จะมีการสั่งอาหาร​ผ่านคอมพิวเตอร์​หรือแท็บเล็ต​โดยจะมีการตั้งโปรแกรม​เมนู​อาหารไว้ในคอมพิวเตอร์​หรือแท็บเล็ต​แล้วแต่ร้านแต่ส่วนมากจะเห็นเป็นแท็บเล็ต​จพมีประจไโต๊ะ​อาหาร​ทุกโต๊ะ​เมื่อเราเข้าไปนั่งโต๊ะ​อาหารก็สามารถ​สั่งอาหาร​ในแท็บเล็ต​ได้เลย

โดยไม่ต้อง​เรียก​เด็กเชิฟต์และที่สำคัญคอมพิวเตอร์​สามารถ​คำน​วณ​ค่าอาหาร​ได้โดยที่เราไม่ต้อง​มาคำน​วณ​เองให้ยุ่ง​ยาก​เมื่อ​ลูก​ค้าสั่งเมนู​อาหาร​ครบคอมพิวเตอร์​ก็​จะคำน​วณ​ราคา​อาหาร​ให้อัตโนมัติ​และเมนู​ในคอมพิวเตอร์​ทางร้านจะลงราคาให้ลูกค้า​ดูได้สะดวก​ราคา​ที่ลูกค้า​ต้องจ่ายค่าอาหาร​ลูก​ก็​เห็น​และในคอมพิวเตอร์​จะมีใบเสร็จ​รายการ​อาหาร​ที่ลูกค้า​สั่งให้โดนการคำน​วณ

​โดยเครื่อง​คิดเลขในคอมพิวเตอร์​อัตโนมัติ​ทำให้​ลูกค้า​สบายใจ​ในการสั่งอาหาร​แต่ละเมนูราคา​และรวมราคาอาหาร​ตรงตามรายการ​อาหาร​ที่ลูกค้า​สั่ง

การสั่งอาหาร​ในแท็บเล็ต​ในร้านอาหาร​จะมีแต่โปรแกรม​เมนู​อาหาร​ไว้​ให้​แต่จะไม่มีโปรแกรม​อย่างอื่นเมื่อเราจะสั่งอาหารก็กดตามขั้นตอนที่ทางร้านอาจจะ​มีขั้นตอนให้ดูเลือกเมนูอาหาร​เมนู​น้ำ​ครบเสร็จ​แล้วก็กดเรียบร้อย​รายการอาหาร​จะส่งไปหาคนรับออเดอร์​และคนรับออเดอร์​จะส่งไปยังคนปรุง​อาหาร​เมื่อคนปรุง​อาหาร​ครบตามเมนู​ก็ส่งให้คนเชิฟต์​ออกไปเชิฟต์​ตามโต๊ะที่สั่งออเดอร์​ตามลำดับ

การมีคอมพิวเตอร์​หรือ​แท็บเล็ต​เข้ามามีส่วนร่วมในการสั่งออเดอร์​อาหาร​ในร้านอาหาร​จะสะดวก​รวดเร็ว​ขึ้นไม่ต้แงรอเด็กเชิฟต์​มารับออเดอร์​เราสั่งออเดอร์​อาหาร​ไว้เลยตามเมนู​แล้วก็รอแค่อาหาร​มาเชิฟต์​ที่โต๊ะ​เป็น​ความสะดวก​ทั้งคนมารับประทานอาหาร​และเจ้าของร้าน​อาหาร​ด้วยความทันสมัย​และ​ทุกคนสามารถ​ใช้คอมพิวเตอร์​หรือ​แท็บเล็ต​เป็น​จึงทำให้​การเดินทาง​ไปกินอาหาร​ในร้านอาหาร​ที่มีการสั่งอาหาร​ผ่าน​คอม​พิวเตอร์​มีคนนิยมมากขึ้นโดยเฉพาะ​ร้านอาหาร​ในห้างไม่ว่าจะเป็น​ร้านกับข้าว​หรือร้านปิ้ง​ย่าง​

ร้านอาหาร​บางร้านก็ลดการจ้างพนักงาน​ลงได้เพราะมี​คอมพิวเตอร์​ในการรับเมนู​อาหาร​ให้แล้ว​เมื่อมีลูก​ค้า​เข้ามาในร้านจะมีพนักเพียง​1หรือ2คนค่อยรับลูกค้า​เมื่อลูกค้า​เลือก​โต๊ะ​ที่นั่ง​ได้แล้ว​พนักงานก็จะแนะนำขั้นตอนการสั่งให้กับลูกค้าเมื่อลูกค้าเข้าใจการสั่งเมนู​อาหาร​แล้ว​พนักง​านก็สามารถ​ไปรับลูกค้าคนอื่นอีกได้​และอีกอย่างยังช่วยพนักงาน​ในการเดินกลับไปมา​บางครั้ง​พนักงาน​1คนทั้งรับลูกค้า​ทั้งเชิฟต์​ทั้งรับเมนู​อาหาร​ทำให้เกิดข้อผิดพลาด​ได้​อีกอย่าง​คอมพิวเตอร์​สามารถ​คำน​วณ​ค่าอาหาร​และ​รายการ​ให้อัตโนมัติ​เมื่อ​ลูก​ค้าสั่งครบเมนู​สร้าง​ความประทับใจ​และสะดวก​รวดเร็ว​ให้​แก่​ลูกค้า​และ​เจ้าของ​ร้านอาหาร​ได้มาก​

การใช้งานคอมพิวเตอร์

โรคเกี่ยวกับตาที่เกิดจากการใช้งานคอมพิวเตอร์

     อย่างที่เรารู้กันดีว่า การใช้คอมพิวเตอร์จำเป็นต้องใช้ด้วงตาในการมองคอมพิวเตอร์และหากว่าเรามีการจ้องคอมพิวเตอร์นานๆมันก็จะส่งผลกับสายตาและการมองเห็นของเราด้วย

เพราะที่หน้าจอคอมพิวเตอร์จะมีรังสีแผ่ออกมา ซึ่งรังสีดังกล่าวจะมีผลกระทบกับระบบสายตาของเราเป็นอย่างมาก เรามีดูอาการของโรคและวิธีการป้องกันกันว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง

     สำหรับอาการของคนที่มีปัญหาจากการได้รับรังสีจากคอมพิวเตอร์นานๆนั้นจะมีดังนี้คือ จะมีอาการแสบตา  เจ็บตา เริ่มรู้สึกว่าสายตามเริ่มพร่ามัว ซึ่งอาการเหล่านี้เกิดจากที่เราจ้องหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ โดยที่เราไม่กระพริบตา

 

ซึ่งอาการที่กล่าวมาข้างต้นนี้มักจะเป็นแค่ชั่วคราวเท่านั้นหากมีการพักผ่อนสายตาก็จะหาย แต่ให้สังเกตอาการด้วยว่า หากมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยๆ และแต่ละครั้งก็มีอาการนานขึ้นทุกครั้ง อาจจะส่งผลเสียต่อสายต่อของเราได้  เช่น อาจจะมีอาการของการเป็นสายตาสั้น หรืออาจจะเป็นโรคกระจกตาอักเสบก็ได้ ซึ่งนอกจากจะมีอาการเจ็บตา แสบตามและตาพร่าเลือนแล้ว อาจมีอาการอื่นร่วมด้วยเช่น ปวดหัว ปวดคอ ปวดไหล่ ปวดหลัง ร่วมด้วยเป็นต้น และร้อยละสามสิบสองมักจะพบปัญหาเกี่ยวกับการโรคสายตาสั้นชั่วคราว อีกด้วย

     สำหรับวิธีการรักษานั้น  ให้เราหาซื้อน้ำตาเทียมเพื่อนำมาใช้หยอดที่ตาบ่อยๆ เพื่อให้ดวงตาไม่แห้ง  และน้ำตาเทียมยังช่วยยับยั้งการคั่งของเลือดที่ตาได้ด้วย

สำหรับการดูและป้องกันเพื่อให้ไม่เกิดโรคเกี่ยวกับตาอักเสบนั้น

เราควรจะมีการพักสายตาบ้าง โดยสูตรที่กำหนดไว้ส่วนใหญ่จะเป็นทุกๆหนึ่งชั่วโมงที่จ้องคอมฯให้พักสายตาด้วยการหลับตานาน 10 นาที หรือจะใช้สูตรทำงานหน้าคอมฯ 2 ชั่วโมงแล้วหลับพักสายตาประมาณ  15 นาที ซึ่งเราไม่ควรจ้องคอมฯแบบต่อเนื่องเป็นเวลานานเกินไป

เพราะจะทำให้สายตาของเราเกิดการอ่อนล้าได้ และที่สำคัญบริเวณที่เราตั้งคอมพิวเตอร์ควรจะเป็นบริเวณที่มีแสงสว่างที่เพียงพอ สามารถมองเห็นแป้นพิมพ์ จอภาพ ให้ปริมาณแสงที่พอเหมาะ หรือถ้าหากจุดที่นั่งแสงสว่างส่องเข้าไม่ถึงให้ใช้หลอดไฟโซเดียมมาเปิดเพื่อให้แสงสว่างที่เพียงพอกับดวงตา จะช่วยให้ดวงตาไม่ต้องทำงานหนักเกินไป

 หรือหากเป็นไปได้ไปหาซื้อแผ่นกรองแสง ซึ่งเจ้าแผ่นกรองแสงนี้จะมีคุณสมบัติช่วยลดแสงที่มีความจ้ามากเกินไป และลดการสะท้อนของแสงได้อีกด้วย  ดังนั้นหากแสงที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ไม่จ้ามากสายตาก็ไม่ต้องทำงานหนัก ก็จะไม่มีผลต่อการเป็นโรคสาตาสั้น หรือว่าสายตาอักสบ