การใช้งานคอมพิวเตอร์

โรคเกี่ยวกับตาที่เกิดจากการใช้งานคอมพิวเตอร์

     อย่างที่เรารู้กันดีว่า การใช้คอมพิวเตอร์จำเป็นต้องใช้ด้วงตาในการมองคอมพิวเตอร์และหากว่าเรามีการจ้องคอมพิวเตอร์นานๆมันก็จะส่งผลกับสายตาและการมองเห็นของเราด้วย

เพราะที่หน้าจอคอมพิวเตอร์จะมีรังสีแผ่ออกมา ซึ่งรังสีดังกล่าวจะมีผลกระทบกับระบบสายตาของเราเป็นอย่างมาก เรามีดูอาการของโรคและวิธีการป้องกันกันว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง

     สำหรับอาการของคนที่มีปัญหาจากการได้รับรังสีจากคอมพิวเตอร์นานๆนั้นจะมีดังนี้คือ จะมีอาการแสบตา  เจ็บตา เริ่มรู้สึกว่าสายตามเริ่มพร่ามัว ซึ่งอาการเหล่านี้เกิดจากที่เราจ้องหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ โดยที่เราไม่กระพริบตา

 

ซึ่งอาการที่กล่าวมาข้างต้นนี้มักจะเป็นแค่ชั่วคราวเท่านั้นหากมีการพักผ่อนสายตาก็จะหาย แต่ให้สังเกตอาการด้วยว่า หากมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยๆ และแต่ละครั้งก็มีอาการนานขึ้นทุกครั้ง อาจจะส่งผลเสียต่อสายต่อของเราได้  เช่น อาจจะมีอาการของการเป็นสายตาสั้น หรืออาจจะเป็นโรคกระจกตาอักเสบก็ได้ ซึ่งนอกจากจะมีอาการเจ็บตา แสบตามและตาพร่าเลือนแล้ว อาจมีอาการอื่นร่วมด้วยเช่น ปวดหัว ปวดคอ ปวดไหล่ ปวดหลัง ร่วมด้วยเป็นต้น และร้อยละสามสิบสองมักจะพบปัญหาเกี่ยวกับการโรคสายตาสั้นชั่วคราว อีกด้วย

     สำหรับวิธีการรักษานั้น  ให้เราหาซื้อน้ำตาเทียมเพื่อนำมาใช้หยอดที่ตาบ่อยๆ เพื่อให้ดวงตาไม่แห้ง  และน้ำตาเทียมยังช่วยยับยั้งการคั่งของเลือดที่ตาได้ด้วย

สำหรับการดูและป้องกันเพื่อให้ไม่เกิดโรคเกี่ยวกับตาอักเสบนั้น

เราควรจะมีการพักสายตาบ้าง โดยสูตรที่กำหนดไว้ส่วนใหญ่จะเป็นทุกๆหนึ่งชั่วโมงที่จ้องคอมฯให้พักสายตาด้วยการหลับตานาน 10 นาที หรือจะใช้สูตรทำงานหน้าคอมฯ 2 ชั่วโมงแล้วหลับพักสายตาประมาณ  15 นาที ซึ่งเราไม่ควรจ้องคอมฯแบบต่อเนื่องเป็นเวลานานเกินไป

เพราะจะทำให้สายตาของเราเกิดการอ่อนล้าได้ และที่สำคัญบริเวณที่เราตั้งคอมพิวเตอร์ควรจะเป็นบริเวณที่มีแสงสว่างที่เพียงพอ สามารถมองเห็นแป้นพิมพ์ จอภาพ ให้ปริมาณแสงที่พอเหมาะ หรือถ้าหากจุดที่นั่งแสงสว่างส่องเข้าไม่ถึงให้ใช้หลอดไฟโซเดียมมาเปิดเพื่อให้แสงสว่างที่เพียงพอกับดวงตา จะช่วยให้ดวงตาไม่ต้องทำงานหนักเกินไป

 หรือหากเป็นไปได้ไปหาซื้อแผ่นกรองแสง ซึ่งเจ้าแผ่นกรองแสงนี้จะมีคุณสมบัติช่วยลดแสงที่มีความจ้ามากเกินไป และลดการสะท้อนของแสงได้อีกด้วย  ดังนั้นหากแสงที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ไม่จ้ามากสายตาก็ไม่ต้องทำงานหนัก ก็จะไม่มีผลต่อการเป็นโรคสาตาสั้น หรือว่าสายตาอักสบ

การใช้คำสั่งเงื่อนไขของภาษา PHP

การใช้คำสั่งเงื่อนไขของภาษา PHP มีดังนี้

ภาษา PHP มีข้อดีสามารถเขียนคำสั่งเงื่อนไขที่สลับซับซ้อนได้ แค่ผู้เขียนต้องทำความเข้าใจให้เป็นเหตุเป็นผลกันก่อน แล้วก็จะเริ่มเขียนมันได้อย่างง่ายดาย ซึ่งเป็นหลักตรรกศาสตร์ทางคณิตศาสตร์เบื้องต้นง่ายๆนั่นเอง

วิธีการก็คือ เราต้องมีลักษณะรูปแบบในการเขียนเงื่อนไขก็คือ if ถ้า เงื่อนไข A เป็นจริงให้ทำอะไร จากนั้น else ถ้าเงื่อนไข A เป็นเท็จ ให้ทำอะไร หลักการง่ายๆประมาณนี้นี่เอง ส่วนวิธีการเขียนโค้ดก็คือ เริ่มต้นด้วย <?php เช่นเคย และ if (เงื่อนไข) { ถ้าเงื่อนไขเป็นจริง ให้ทำ A } else { ถ้าเงื่อนไขเป็นเท็จ ให้ทำ B } และปิดท้ายด้วย ?> อย่างเช่นหากเราประยุกต์ใช้ในการตัดเกรดของนักเรียน

เราสามารถทำได้ดังนี้ เราตั้งเงื่อนไขว่า 0-49 คะแนน ติด F สอบตก, 50-59 เกรด D, 60-69 เกรด C, 70-79 เกรด B, และ 80+ เป็นเกรด A เราก็สามารถเขียนโค้ดได้ดังนี้

<?php

$score=67; // ระบุตัวแปร score มีค่าเท่ากับ 67

if($score<50){

echo “เกรด F”;

}else if($score<60){

echo “เกรด D”;

}else if($score<70){

echo “เกรด C”;

}else if($score<80){

echo “เกรด B”;

}esle{

echo “เกรด A”;

}

?>

จะเห็นได้ว่าเราสามารถเขียนเงื่อนไขทับซ้อนกันได้หลายเงื่อนไข เพียงแค่ต้องระบุให้ครบถ้วนเท่านั้นเอง และหากตัวอย่างเรามีคะแนนแค่ 67 คะแนน เมื่อใส่โค้ดชุดนี้เสร็จแล้ว ผลลัพธ์หน้าเว็ปที่จะแสดงก็คือ เกรด C นั่นเอง

ต่อจากเงื่อนไขที่เป็น sting เป็นค่าเดียวแล้วนั้น อีกเรื่องที่ต้องทำความรู้จักคือเงื่อนไขที่เป็น Array หรือชุดค่าที่เก็บข้อมูลไว้หลายชื่อ โดยมากแล้วจะมีเครื่องหมาย [] ครอบเอาไว้และภายในจะแบ่งแต่ละชื่อ หรือแต่ละไอเทมด้วยสัญลักษณ์ , นั่นเอง โดยการเรียกข้อมูลนั้นเราจะเรียกข้อมูลตามค่า index 0,1,2,3,4… ไปเรื่อยๆ นั่นก็คือเรียกตามจำนวนไอเทมที่มีในสัญลักษณ์ [] นั่นเอง โดยค่าแรกจะนับเป็น 0 เสมอ

อย่างเช่น เราใช้คำสั่ง 

<?php 

    $alphabet = [“AA” , “BB” , “CC” , “DD”];

    echo “<br>”.$ alphabet [0];

    echo “<br>”.$ alphabet [1];

    echo “<br>”.$ alphabet [2];

    echo “<br>”.$ alphabet [3];

?>

เมื่อไปดูผลลัพธ์ที่หน้าเว็ปไซต์ ก็จะโชว์ผลลัพธ์ว่า

AA BB CC DD นั่นเอง

การใช้คำสั่ง array นอกจากจะเรียกเป็น index หรือตำแหน่ง ไอเทม ในกล่อง [] แล้วนั้น เรายังสามารถกำหนดชื่อ หรือ Key เพื่อใช้เรียกแทนตำแหน่งได้ด้วย เพื่อความสะดวกไม่ต้องคอยนับจำนวนไอเทมในกล่อง []  อย่างเช่น

$address = [“บ้านเลขที่” => “199”, “หมู่” => “9”, “ตำบล” => “แม่ริม”, “อำเภอ” => “ม่อนแจ่ม” , “จังหวัด” => “เชียงใหม่” ];

echo $address[“บ้านเลขที่”]; echo $address[“หมู่”]; echo $address[“ตำบล”]; echo $address[“อำเภอ”];

ผลลัพธ์ที่ได้ จะเป็น 199 9 แม่ริม ม่อนแจ่ม แบบนี้เป็นต้น

ต่อยอดงานกราฟฟิกด้วย Adobe Illustrator

งานกราฟฟิกในปัจจุบันเป็นที่แพร่หลายมากขึ้น

จนถึงขั้นมีการหัดทำกันในระดับครัวเรือน ทำให้คนที่มีสกิลความสามารถทางด้าน Adobe Illustrator เริ่มมีมากขึ้นในตลาด จนเริ่มเป็นคำถามว่าจะเอาไปพัฒนาต่อยอดทำอะไรต่อได้อีกบ้าง หัวใจสำคัญของโปรแกรม AI คือการวาดลายเส้น รูปทรงต่างๆ

ซึ่งงานที่ออกมาจะเป็นลายเส้นเวคเตอร์กราฟฟิก ไม่ได้เป็นแนวงานวาดภาพระบายสี เหมือน Photoshop หรือ โปรแกรม Paint วันนี้เราจะมาลองทำความรู้จักกันว่าสุดยอดโปรแกรมอย่าง Adobe Illustrator ทำอะไรได้บ้าง

  1. ออกแบบโลโก้ ผลิตภัณฑ์ โลโก้สินค้า โลโก้แบรนด์ต่างๆ

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าในยุคปัจจุบัน แบรนด์โลโก้เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ลูกค้าของคุณจดจำสินค้าหรือบริการของคุณได้ หากเราไม่ออกแบบให้ดีให้เป็นที่น่าจดจำแล้วล่ะก็ โอกาสที่ธุรกิจจะไม่โต แบรนด์ไม่ดัง คนไม่รู้จักมีสูงมาก ๆ

ฉะนั้นโปรแกรม Adobe Illustrator จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ ด้วยการออกแบบโลโก้แบรนด์ ด้วยเครื่องมือสร้างรูปร่างรูปแบบต่างๆ จนถึงการใส่ตัวหนังสือ เปลี่ยนสี ใส่ลาย ใส่หลาย Font ผสมกัน พลิกกลับด้าน ทำ Mirror ก็ได้หมดอย่างที่จินตนาการจะนึกออก

  1. Packaging สินค้าและผลิตภัณฑ์

ตัว Packaging สินค้าและผลิตภัณฑ์ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่จะทำให้ลูกค้าจดจำเราได้ รองลงมาจากแบรนด์โลโก้ ถ้า Packaging เราโดดเด่น ร้อยทั้งร้อยลูกค้าจำเราได้แน่นอน ความโดดเด่นนี้แบ่งได้หลายอย่าง

ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบให้ใช้งานง่าย ออกแบบให้สวยงาม หรืออกแบบด้วยวัสดุที่น่าสนใจ รักษาธรรมชาติ เป็นต้น ซึ่งการออกแบบนั้นก็ต้องเริ่มจากการออกแบบใน AI นี้ก่อน และลองใส่สี ใส่แสงต่างๆ เพื่อจำลองว่าเวลาชิ้นงานออกมาจริงแล้วน่าสนใจขนาดไหน ดีกว่าไปลองผลิตทิ้งๆกว้างๆเปลืองเงินลงทุนไปแบบฟรีๆ

  1. ออกแบบหน้าเว็ปไซต์ให้สวยงาม

การทำเว็ปไซต์ถ้าให้ดีต้องมีการออกแบบเอาไว้ก่อน เผื่อที่ว่าเราจะได้มีไกด์ไลน์ในการออกแบบ เวลาทำงานจริงจะประหยัดเวลาไปได้มาก และไม่หลงทิศหลงทาง โปรแกรม AI นี้สามารถออกแบบได้ทุกส่วนในเว็ปไซต์เลย

ไม่ว่าจะเป็นภาพกราฟฟิค ภาพพื้นหลัง ป้ายโฆษณาส่วนหัว ส่วนท้าย หรือส่วนอื่นๆในเว็ปไซต์ รวมไปถึงไอคอน Shortcut ในการเข้าถึงเมนูต่างๆอีกด้วย

ธุรกิจ เอ็ม-คอมเมิร์ซเป็นอย่างไร

ปีนี้เป็นปีของธุรกิจ เอ็ม-คอมเมิร์ซมาแรงแซงทางโค้ง                               

 สำหรับโลกเราในปัจจุบันนี้ผู้คนส่วนใหญ่นิยมนำโทรศัพท์มือถือพกติดตัวตลอดเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ ทั้งเรื่องของการดูหนัง ฟังเพลง เป็นกล้องถ่ายรูป เล่นเกม หรือแม้แต่ปัจจุบันที่ผู้คนในสังคมส่วนใหญ่ใช้มือถือแทนเงินสด สำหรับจับจ่ายใช้สอย ซื้อสินค้าและบริการ 

โดยโทรศัพท์มือถือค่อยๆเริ่มมีบทบาทต่อชีวิต

คนเราทีละนิดจนปัจจุบันมีอิทธิพลเป็นอย่างมาก ซึ่งปัจจุบันรูปแบบของธุรกิจเริ่มเข้ามามีบทบาทต่อการใช้โทรศัพท์มือถือมากขึ้น ปัจจุบันมีหลายร้านค้าที่สร้าง application ขึ้นมาเพื่อเป็นตัวแทนร้านค้าแล้วทำการโพสต์สินค้าขายผ่าน app ซึ่งปัจจุบันมีร้านค้าดังๆหลายร้านที่ผู้คนนิยมสั่งซื้อสินค้าผ่านทางapplication รวมถึงห้างสรรพสินค้าต่างๆ ก็เพิ่มความสะดวกสบายด้วยการสร้างเว็บไซต์ของทางห้างเพื่อให้ลูกค้าเข้าไปสั่งซื้อสินค้าแล้วมีบริการส่งมาให้ถึงที่บ้าน

โดยที่ลูกค้าไม่ต้องเสียเวลาไปซื้อสินค้าที่ห้างเองเลย 

อีกทั้งปัจจุบันร้านอาหารหรือตามร้านประกอบการ ร้านกาแฟหรือตามโรงแรมต่างๆก็นิยมให้มีบริการชำระเงินผ่าน QR Code Apple pay และ Google Wallet ซึ่งสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งานเป็นอย่างมากเพียงแค่มีโทรศัพท์มือถือก็สามารถซื้อสินค้า จ่ายเงินค้าสินค้าและนั่งรออยู่ที่บ้านให้ทางร้านค้านำสิ่งของที่สั่งซื้อมาส่ง ซึ่งในปีนี้มีการคาดการณ์กันว่า ธุรกิจ เอ็ม-คอมเมิร์ซ จะมีการปรับตัวสูงขึ้นมากขึ้นกว่าเดิมเพราะจากปีที่ผ่านมาผลตอบรับจากผู้ใช้บริการค่อนข้างดีถึงดีมาก ซึ่งธุรกิจ เอ็ม-คอมเมิร์ซ ในต่างประเทศก็นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย

โดยเฉพาะประเทศจีน ซึ่งหากธุรกิจ เอ็ม-คอมเมิร์ซ ยังมีการขยายตลาดอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆแบบนี้ ต่อไปในอนาคตประเทศไทยรวมถึงประเทศอื่นๆจะกลายเป็นสังคมไร้เงินสด และบัตรเครดิต กลายเป็นสังคมจ่ายเงินผ่าน app  อย่างประเทศในปัจุบันร้านค้าส่วนใหญ่สามารถให้ชำระเงินผ่าน app ได้บ้างแล้ว

รวมถึงโครงการของรัฐบาลก่อนหน้านี้ ชิม ช็อป ใช้ ก็ถือว่าเปิดตัวมาเพื่อเป็นการสนับสนุนให้คนในสังคมหันมาใช้จ่ายเงินผ่าน app ด้วยเช่นกันเพราะมีการทำโปรโมชั่นเอาไว้มากมาย อย่างเช่น หากมีใครเติมเงินผ่าน app ชิม ช้อป ใช้จะมีการเพิ่มเงินเป็นเปอร์เซ็นเข้าไปให้ภายหลัง ซึ่งถือว่ากระแสตอบรับค่อนข้างดีมาก และหากกระแสตอบรับยังดีอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ

คาดไว้ต่อไปในอนาคตพวกเราคงไม่จำเป็นต้องพกเงินสด มีแค่เพียงโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียวก็สามารถทำให้เราไปเที่ยวที่ไหน ซื้อของอะไรก็ได้แล้ว ไม่ต้องมาคอยระวังว่าเงินจะหาย แต่ทุกสิ่งทุกอย่างมีข้อดีก็ย่อมมีข้อเสียตามมา หากทุกอย่างเขาเราอยู่เพียงแค่ในโทรศัพท์มือถือ เราคงต้องระวังไม่ให้มือถือหาย เพราะโลกทั้งใบอยู่ในมือถือเครื่องเดียวเท่านั้นจริงๆ