ธุรกิจ เอ็ม-คอมเมิร์ซเป็นอย่างไร

ปีนี้เป็นปีของธุรกิจ เอ็ม-คอมเมิร์ซมาแรงแซงทางโค้ง                               

 สำหรับโลกเราในปัจจุบันนี้ผู้คนส่วนใหญ่นิยมนำโทรศัพท์มือถือพกติดตัวตลอดเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ ทั้งเรื่องของการดูหนัง ฟังเพลง เป็นกล้องถ่ายรูป เล่นเกม หรือแม้แต่ปัจจุบันที่ผู้คนในสังคมส่วนใหญ่ใช้มือถือแทนเงินสด สำหรับจับจ่ายใช้สอย ซื้อสินค้าและบริการ 

โดยโทรศัพท์มือถือค่อยๆเริ่มมีบทบาทต่อชีวิต

คนเราทีละนิดจนปัจจุบันมีอิทธิพลเป็นอย่างมาก ซึ่งปัจจุบันรูปแบบของธุรกิจเริ่มเข้ามามีบทบาทต่อการใช้โทรศัพท์มือถือมากขึ้น ปัจจุบันมีหลายร้านค้าที่สร้าง application ขึ้นมาเพื่อเป็นตัวแทนร้านค้าแล้วทำการโพสต์สินค้าขายผ่าน app ซึ่งปัจจุบันมีร้านค้าดังๆหลายร้านที่ผู้คนนิยมสั่งซื้อสินค้าผ่านทางapplication รวมถึงห้างสรรพสินค้าต่างๆ ก็เพิ่มความสะดวกสบายด้วยการสร้างเว็บไซต์ของทางห้างเพื่อให้ลูกค้าเข้าไปสั่งซื้อสินค้าแล้วมีบริการส่งมาให้ถึงที่บ้าน

โดยที่ลูกค้าไม่ต้องเสียเวลาไปซื้อสินค้าที่ห้างเองเลย 

อีกทั้งปัจจุบันร้านอาหารหรือตามร้านประกอบการ ร้านกาแฟหรือตามโรงแรมต่างๆก็นิยมให้มีบริการชำระเงินผ่าน QR Code Apple pay และ Google Wallet ซึ่งสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งานเป็นอย่างมากเพียงแค่มีโทรศัพท์มือถือก็สามารถซื้อสินค้า จ่ายเงินค้าสินค้าและนั่งรออยู่ที่บ้านให้ทางร้านค้านำสิ่งของที่สั่งซื้อมาส่ง ซึ่งในปีนี้มีการคาดการณ์กันว่า ธุรกิจ เอ็ม-คอมเมิร์ซ จะมีการปรับตัวสูงขึ้นมากขึ้นกว่าเดิมเพราะจากปีที่ผ่านมาผลตอบรับจากผู้ใช้บริการค่อนข้างดีถึงดีมาก ซึ่งธุรกิจ เอ็ม-คอมเมิร์ซ ในต่างประเทศก็นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย

โดยเฉพาะประเทศจีน ซึ่งหากธุรกิจ เอ็ม-คอมเมิร์ซ ยังมีการขยายตลาดอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆแบบนี้ ต่อไปในอนาคตประเทศไทยรวมถึงประเทศอื่นๆจะกลายเป็นสังคมไร้เงินสด และบัตรเครดิต กลายเป็นสังคมจ่ายเงินผ่าน app  อย่างประเทศในปัจุบันร้านค้าส่วนใหญ่สามารถให้ชำระเงินผ่าน app ได้บ้างแล้ว

รวมถึงโครงการของรัฐบาลก่อนหน้านี้ ชิม ช็อป ใช้ ก็ถือว่าเปิดตัวมาเพื่อเป็นการสนับสนุนให้คนในสังคมหันมาใช้จ่ายเงินผ่าน app ด้วยเช่นกันเพราะมีการทำโปรโมชั่นเอาไว้มากมาย อย่างเช่น หากมีใครเติมเงินผ่าน app ชิม ช้อป ใช้จะมีการเพิ่มเงินเป็นเปอร์เซ็นเข้าไปให้ภายหลัง ซึ่งถือว่ากระแสตอบรับค่อนข้างดีมาก และหากกระแสตอบรับยังดีอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ

คาดไว้ต่อไปในอนาคตพวกเราคงไม่จำเป็นต้องพกเงินสด มีแค่เพียงโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียวก็สามารถทำให้เราไปเที่ยวที่ไหน ซื้อของอะไรก็ได้แล้ว ไม่ต้องมาคอยระวังว่าเงินจะหาย แต่ทุกสิ่งทุกอย่างมีข้อดีก็ย่อมมีข้อเสียตามมา หากทุกอย่างเขาเราอยู่เพียงแค่ในโทรศัพท์มือถือ เราคงต้องระวังไม่ให้มือถือหาย เพราะโลกทั้งใบอยู่ในมือถือเครื่องเดียวเท่านั้นจริงๆ