ลำโพงเคลื่อนที่

เราจะเห็นได้ว่าในปัจจุบันนี้ ลำโพงเป็นสิ่งที่คนชอบนิยมซื้อมาใช้งานไม่ว่าจะเป็นบนรถ ในบ้านหรือในสถานที่ที่ต่างๆที่มีงาน จะมีความนิยมใช้ลำโพงเคลื่อนที่และในปัจจุบันนี้ มีหลายๆโรงเรียนนำลำโพงเคลื่อนที่นี้นี้ นำไปใช้งานในการศึกษา

ในการสอนเด็กนักเรียนเพื่อให้ฟังเข้าใจและได้ยินสิ่งที่ต้องการสื่อสารให้เราเข้าใจ ชัดเจนขึ้นเพื่อเกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้น ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีอย่างมาก มีประโยชน์ในการใช้งานหลายๆอย่างเช่นกันอีกด้วย

ประโยชน์ของลำโพงเคลื่อนที่

อย่างที่เราจะเข้าใจกันว่า ลำโพงนั้นก็แค่เป็นตัวช่วยในการเพิ่มเสียงให้ดังขึ้น ให้เราฟังแล้วได้ยิน ในสิ่งที่ต้องการสื่อสารให้เราเข้าใจ ได้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะตอนที่เรานั้น อยู่ในสถานที่ที่มีผู้คนเยอะ เราจะไม่ค่อยได้ยินเสียงอะไร การที่มีลำโพงเข้ามาช่วยนั้น จะทำให้เรานั้นสามารถที่จะฟังรู้เรื่องมากยิ่งขึ้น จึงเป็นสิ่งที่สามารถเป็นตัวช่วยในหลายๆอย่างอย่างมาก

ที่เกี่ยวกับการใช้เสียงในการสื่อสาร เพื่อให้เราได้ยินชัดเจนมากยิ่งขึ้น หลายๆคนจึงเริ่มมีความนิยมในการซื้อมาใช้งานของเราได้อย่างเกิดประโยชน์ที่สุด เพื่อการที่เรานั้น นำไปใช้งานได้เป็นอย่างดีและสามารถนำไปใช้งานได้อย่างหลากหลายอีกด้วยเช่นกัน บางคนนั้นต้องการที่จะเอาลำโพงเคลื่อนที่นั้นไปใช้กับไมโครโฟน

บางคนอาจจะซื้อนำไปใช้ในการเปิดเพลง แล้วแต่ความต้องการในการใช้งานของแต่ละคนว่า ต้องการนำลำโพงไปใช้ในทางด้านไหน เพื่อที่จะได้รับประโยชน์ที่สุด แต่ที่เราเห็นส่วนใหญ่นั้น จะเป็นที่สถานศึกษา โรงเรียนหรือสถานที่ที่มีงานสัมมนา เพราะสถานที่ที่มีผู้คนเยอะๆ ลำโพงนั้นถือว่ามีความจำเป็นอย่างมากในการนำไปใช้งาน เพื่อที่จะให้ผู้ฟังนั้น

รับรู้และเข้าใจสิ่งที่เรานั้น ต้องการที่จะสื่อสารให้เขาเข้าใจ เพื่อจะสื่อสารกันอย่างเข้าใจและฟังได้ยินชัดเจนมากยิ่งขึ้น จึงเป็นอุปกรณ์เสริมที่ใครหลายๆคนนั้น อาจจะต้องการนำมาช่วยในการใช้งานในการทำงานของเราก็ได้ เราจะได้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในการทำงานต่างๆของเรา ฉะนั้นคนที่ต้องการซื้อสามารถเลือกการใช้งานตามความต้องการ

หรือตามความเหมาะสมของเราได้เลย เพื่อที่จะนำไปใช้งานได้อย่างเกิดประโยชน์มากถึงมากที่สุดเลย ฉะนั้นเราต้องรู้จักการนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ เพื่อการใช้งานที่ดี มีคุณภาพในการใช้งาน ลำโพงนี้อาจจะหาซื้อได้ตามร้านเครื่องเสียงโดยเฉพาะหรือตามห้างสรรพสินค้าก็อาจจะมีขายตามร้านค้าอุปกรณ์ต่างๆ ถ้าหากว่าใครมีความสนใจที่ต้องการซื้อไปใช้งาน ก็สามารถหาซื้อกันได้เลย

คอมพิวเตอร์-อะไรคือ Apache Kafka

มันคือโปรแกรมที่ใช้ในการจัดการคิว ล่าสุดจาก apache

การสร้าง platform นี้ขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์ 3 อย่างเลยคือ

  1. เผยแพร่และเพื่อให้การทำงานกับเรคคอร์ด, หรือระบบการจัดการต่างๆ ให้มีความเป็นไปอย่างมีลำดับ

2.การเก็บข้อมูลของ streams เพื่อป้องกันการเกิดข้อผิดพลาด

3.โปรเซสการทำงานในแต่ละ process จะเกิดขึ้นเวลาใดก็ได้

Kafka เป็น application เพื่อการทำงานหลัก ๆอยู่สองอย่างคือ

1.เพื่อสร้าง data pipeline ที่เป็นแบบ เรียลไทม์เพื่อรับข้อมูลระหว่างแอพลิเคชันและระบบ

  1. เพื่อสร้างแอพลิเคชัน streaming แบบ real-time เพื่อการแปลงข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบของ data streams

เพื่อให้เข้าใจหลักการทำงานของมัน เราจะไปดูด้านล่างดังนี้

Concept คือ kafka รันบนคลัสเตอร์ที่อยู่บน server เพียงตัวเดียวหรือมากกว่าหนึ่งตัว และสามารถกระจายอยู่ในหลาย data center 

Kafka cluster เก็บ streams ของเรคอร์ดให้เป็นหมวดหมู่ ซึ่งเราจะเรียกว่า topics, แต่ละ record จะมี key, value, timestamp

Kafka มี api อยู่สี่ตัวหลัก ๆคือ 

  1. Producer API อนุญาตให้ แอพลิเคชันเผยแพร่ stream ของ เรคอร์ดไปสู่ kafka topics อันเดียวหรือหลายอันได้ 
  2. Consumer API อนุญาตให้ แอพลิเคชันติดตามมากว่า 1 topics ได้ และการทำงานของมันสามารถสร้าง stream ของเรคอร์ดเพิ่มขึ้นมาใหม่ได้ 
  3. Streams API จะทำงานกับแอพลิเคชันคล้ายๆ กับ stream cluster ที่มันจะสร้าง output จำนวนหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่ง topics โดยเป็นการเปลี่ยนรูปจาก input streams ไปยัง output streams
  4. Connector API เปิดให้มีการ build หรือการรัน producers และ consumer ใหม่ได้ แต่ว่า แอพลิเคชันนั้นต้องมีอยู่จริงหรือว่าเป็นระบบข้อมูลโดยเฉพาะ ตัวอย่างเช่น connector ที่เชื่อมต่อไปยัง relational database จะต้องจับการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างที่เกี่ยวกับ table 

Kafka เป็น message queue ที่เชื่อมต่อระหว่างเครื่อง client และเครื่อง server เพื่อให้การทำงานมันง่าย, มีประสิทธิภาพสูง, ใช้ภาษาด้านที่เกี่ยวกับ tcp protocol โปรโตคอลเวอร์ชันนี้สามารถเก็บได้และจะรันย้อนหลังก็ได้ ทำให้ดีกว่าเมื่อเทียบกับเวอร์ชันเก่ากว่า ซึ่งเรามีการจัดเครื่อง java client สำหรับ kafka โดยเฉพาะ แต่ว่า client สามารถใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์โดยการเขียนได้หลายภาษา

Topics and Logs เรามาดูเรื่องจอง topics และ logs ที่ใช้ใน kafka

หัวข้อคือเราต้องการจัดข้อมูลจำนวนมหาศาล และการดำเนินงานใน kafka ต้องได้รับการยอมรับ คือ topic จริงๆ แล้วจะเริ่มตั้งแต่ 0 หรือผู้บริโภคหลายรายต้องใช้ topic จำนวนน้อยๆก่อนที่จะเขียน data ลงไปที่มัน

ตัวอย่างเช่น data cluster จะยังคงเก็บ partitioned log เอาไว้

แต่ละ partition จะถูกเรียงลำดับ ซึ่งเรคอร์ดที่มาทีหลังใช้วิธีการต่อด้านท้ายเอา ซึ่งจำนวนของการ insert ข้อมูลเราเรียกว่าการตั้งค่า offset และแต่ละ record จะถูกเก็บอยู่ใน partition

การใช้งานคอมพิวเตอร์

โรคเกี่ยวกับตาที่เกิดจากการใช้งานคอมพิวเตอร์

     อย่างที่เรารู้กันดีว่า การใช้คอมพิวเตอร์จำเป็นต้องใช้ด้วงตาในการมองคอมพิวเตอร์และหากว่าเรามีการจ้องคอมพิวเตอร์นานๆมันก็จะส่งผลกับสายตาและการมองเห็นของเราด้วย

เพราะที่หน้าจอคอมพิวเตอร์จะมีรังสีแผ่ออกมา ซึ่งรังสีดังกล่าวจะมีผลกระทบกับระบบสายตาของเราเป็นอย่างมาก เรามีดูอาการของโรคและวิธีการป้องกันกันว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง

     สำหรับอาการของคนที่มีปัญหาจากการได้รับรังสีจากคอมพิวเตอร์นานๆนั้นจะมีดังนี้คือ จะมีอาการแสบตา  เจ็บตา เริ่มรู้สึกว่าสายตามเริ่มพร่ามัว ซึ่งอาการเหล่านี้เกิดจากที่เราจ้องหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ โดยที่เราไม่กระพริบตา

 

ซึ่งอาการที่กล่าวมาข้างต้นนี้มักจะเป็นแค่ชั่วคราวเท่านั้นหากมีการพักผ่อนสายตาก็จะหาย แต่ให้สังเกตอาการด้วยว่า หากมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยๆ และแต่ละครั้งก็มีอาการนานขึ้นทุกครั้ง อาจจะส่งผลเสียต่อสายต่อของเราได้  เช่น อาจจะมีอาการของการเป็นสายตาสั้น หรืออาจจะเป็นโรคกระจกตาอักเสบก็ได้ ซึ่งนอกจากจะมีอาการเจ็บตา แสบตามและตาพร่าเลือนแล้ว อาจมีอาการอื่นร่วมด้วยเช่น ปวดหัว ปวดคอ ปวดไหล่ ปวดหลัง ร่วมด้วยเป็นต้น และร้อยละสามสิบสองมักจะพบปัญหาเกี่ยวกับการโรคสายตาสั้นชั่วคราว อีกด้วย

     สำหรับวิธีการรักษานั้น  ให้เราหาซื้อน้ำตาเทียมเพื่อนำมาใช้หยอดที่ตาบ่อยๆ เพื่อให้ดวงตาไม่แห้ง  และน้ำตาเทียมยังช่วยยับยั้งการคั่งของเลือดที่ตาได้ด้วย

สำหรับการดูและป้องกันเพื่อให้ไม่เกิดโรคเกี่ยวกับตาอักเสบนั้น

เราควรจะมีการพักสายตาบ้าง โดยสูตรที่กำหนดไว้ส่วนใหญ่จะเป็นทุกๆหนึ่งชั่วโมงที่จ้องคอมฯให้พักสายตาด้วยการหลับตานาน 10 นาที หรือจะใช้สูตรทำงานหน้าคอมฯ 2 ชั่วโมงแล้วหลับพักสายตาประมาณ  15 นาที ซึ่งเราไม่ควรจ้องคอมฯแบบต่อเนื่องเป็นเวลานานเกินไป

เพราะจะทำให้สายตาของเราเกิดการอ่อนล้าได้ และที่สำคัญบริเวณที่เราตั้งคอมพิวเตอร์ควรจะเป็นบริเวณที่มีแสงสว่างที่เพียงพอ สามารถมองเห็นแป้นพิมพ์ จอภาพ ให้ปริมาณแสงที่พอเหมาะ หรือถ้าหากจุดที่นั่งแสงสว่างส่องเข้าไม่ถึงให้ใช้หลอดไฟโซเดียมมาเปิดเพื่อให้แสงสว่างที่เพียงพอกับดวงตา จะช่วยให้ดวงตาไม่ต้องทำงานหนักเกินไป

 หรือหากเป็นไปได้ไปหาซื้อแผ่นกรองแสง ซึ่งเจ้าแผ่นกรองแสงนี้จะมีคุณสมบัติช่วยลดแสงที่มีความจ้ามากเกินไป และลดการสะท้อนของแสงได้อีกด้วย  ดังนั้นหากแสงที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ไม่จ้ามากสายตาก็ไม่ต้องทำงานหนัก ก็จะไม่มีผลต่อการเป็นโรคสาตาสั้น หรือว่าสายตาอักสบ