แลนด์สเคปการค้าปลีกไทยจะเปลี่ยนไป

อุตสาหกรรมการค้าปลีกค้าส่งของประเทศไทยที่มีมูลค่ารวมกันกว่า 3.5 ล้านล้านบาท แลนด์สเคปการค้าปลีกไทย ถือเป็นหนึ่งในแกนหลักที่ช่วยสร้างงานและสร้างอาชีพให้กับคนไทย และสร้างระบบการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ ซึ่งการแพร่ระบาดของไข้ไวรัสโควิด19 นั้น

ได้ส่งผลให้เกิดมาตรการต่างๆ รวมถึงการล็อคดาวน์ห้าง และศูนย์การค้า และร้านค้าปลีกย่อมเกิดผลกระทบ และเมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลายนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นนับจากนี้คืออะไร ผู้ประกอบการค้าปลีกควรเตรียมพร้อมรับวิถีใหม่ หรือ New Normal ที่จะเกิดขึ้นกันอย่างไร ซึ่งผู้เชี่ยวชาญหลายๆ ท่านได้กล่าวว่า วันนี้คงจะยังประเมินไม่ได้ว่าชีวิตหลังโควิด19

จะมีระยะเวลาเท่าใด อาจจะนานหนึ่งปี และจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง ทุกคนใช้คำว่า New Normal  แต่ก็ตอบไม่ได้ 100% ว่าคืออะไร แต่การเข้ามาของโควิด19 ถือเป็นการรีเซต ค้าปลีก เป็นการปฏิวัติโลกของค้าปลีก ให้ก้าวสู่รีเทลโมเดลใหม่ที่จะตอบสนองวิถีการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ของผู้บริโภค สาเหตุที่วันนี้จะทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปนั้น เกิดจาก

แลนด์สเคปการค้าปลีกไทย พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน ผู้ประกอบการต้องเปิด ปรับ เปลี่ยน เปิดใจรับฟังความคิดเห็น นำมาปรับใช้ เปลี่ยนเป็นกระบวนการสร้างสิ่งใหม่ๆ ให้ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า ไม่ใช่ทำเพื่อสนองตอบตัวเอง

การใช้จ่ายที่ลดลงจากภาวะเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

การบริหารจัดการต้นทุนและสภาพคล่อง ขณะที่ปัจจัยที่ได้รับอานิสงค์ในเชิงบวกคือ กลุ่มอาหาร เทเลคอม และยา ที่จัดอยู่ในปัจจัยสี่

แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อเหลือเกินว่า รีเทลการค้าจะไม่มีวันล่ม และยังเดินหน้าได้อย่างแข็งแกร่ง ซึ่งแม้คนเปลี่ยนพฤติกรรมไป

ช๊อปปิ้งออนไลน์ เพราะสะดวก และมาตรการเว้นระยะห่างยังคงดำเนินอยู่ แต่วันนี้ยอดขายออนไลน์มีสัดส่วนไม่ถึง 5% ซึ่งยังเทียบไม่ได้กับยอดขายหน้าร้าน ซึ่งยุทธศาสตร์ของการตลาดค้าปลีกรูปแบบใหม่ คือ การสร้างอีโมชั่นนอลเอ็นเกจเม้นท์ ที่ต้องนำเรื่องราวที่คนอยากฟัง มานำเสนอเป็นแนวทางการทำธุรกิจรีเทล

ที่ตอบสนองวิถีการดำรงชีวิตเพื่อความยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอระบบนิเวศน์ของธุรกิจการค้าปลีก การร่วมกันคิด ร่วมกันทำ เพราะการทำธุรกิจในวันนี้จะไม่เหมือนแต่ก่อน ไม่ใช่เป็นแบบสามเหลี่ยมอีกต่อไป ต้องเป็นแบบสี่เหลี่ยม คือ ต้องมองในสี่แกนหลัก นั่นก็คือ ผู้สร้างแพลตฟอรม์ ผู้สนับสนุน พาร์ทเนอร์ชิฟ และลูกค้า

เพื่อเป็นการสร้างการเติบโตแบบยั่งยืน ซึ่งในช่วงสั้นๆ นี้จนถึงเดือนสิงหาคมยังคงเหนื่อย กว่าจะกลับกันมาได้คงเป็นเดือนตุลาคม และไม่ใช่ว่าทุกคนจะรอด วันนี้มีหลายคนที่ทำธุรกิจแล้วต้องปิดตัวถอยไปตั้งหลัก และบางคนต้องจัดการสภาพคล่องของตัวเองให้ได้ ซึ่งเป็นช่วงของการพิสูจน์อย่างแท้จริง

 

สนับสนุนโดย.  Ufabet เข้าสู่ระบบ

ผลกระทบทางเศรษฐกิจทำให้สินเชื่อ sme ได้รับผลกระทบตามไปด้วย

           ผลกระทบทางเศรษฐกิจ สำหรับสินเชื่อ SME เป็นสินเชื่อสำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีการประกอบธุรกิจโดยเฉพาะโดย SME นั้นจะเป็นธุรกิจขนาดย่อมหรือขนาดเล็กซึ่งเจ้าของกิจการสามารถที่จะติดต่อธนาคารและทำการขอกู้ยืมเงิน sme มาลงทุนในธุรกิจของตนเองได้อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ที่ยังไม่มีการระบาดของไวรัสโคโรนานั้นธุรกิจ sme กำลังไปได้ดีเพราะมีนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงหลายคนที่ต้องการนำเงินมาลงทุนจึงได้มีการติดต่อขอยื่นเรื่องกู้เงินจาก smes เพื่อมาลงทุนธุรกิจของตนเอง

           แต่อย่างไรก็ตามหลังจากที่เริ่มมีการระบาดของไวรัสโคโรนาเข้ามาเจ้าของธุรกิจโดยเฉพาะนักลงทุนที่เพิ่มลงทุนต่างก็ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโคโรนาทั้งยางสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจของประเทศไทยก็ซบเซาลงเนื่องจากพิษโควิคทำให้ท้ายที่สุดแล้ว

เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กซึ่งเป็นกลุ่มที่ทำธุรกิจกู้ยืมกับ SME นั้นต่างก็ประสบปัญหาด้านธุรกิจกันอย่างหนักมีการปิดกิจการลงทำให้ธนาคารที่ปล่อยเงินกู้ SME ต่างก็ได้รับผลกระทบตามไปด้วยเพราะพวกเขาเองก็ย่อมไม่ได้รับเงินคืนเนื่องจากเจ้าของธุรกิจเองประสบปัญหาการขาดทุนทางธุรกิจจึงไม่มีเงินมาทำการใช้หนี้คืนกับบริษัทที่ปล่อยให้กู้ยืมเงิน sme นั่นเอง

            อย่างไรก็ตามถึงแม้ทางธนาคารเองจะออกมาช่วยเหลือเจ้าของธุรกิจที่มีการกู้ยืมเงิน sme โดยมีการยืดระยะกันชำระหนี้เพื่อต้องการให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้และเป็นการประคับประคองธุรกิจ แต่ด้วยสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจของไทย

ผลกระทบทางเศรษฐกิจ ตอนนี้ที่ยังคงซบเซาอยู่และยังไม่มีแนวโน้มที่จะกลับมาดีขึ้นเร็ววันทำให้ธุรกิจขนาดเล็กซึ่งไม่มีสายป่านนี้เหงามากนักเกิดภาวะวิกฤตหนักๆเกี่ยวกับเรื่องของเงินลงทุนดังนั้นเจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่จึงไม่สามารถประคับประคองธุรกิจของตนเองต่อไปได้ทำให้เกิดหนี้เสียขึ้นมา  

        อย่างไรก็ตามจากการวิเคราะห์ในช่วงนี้ปรากฏว่าถ้าหากทางด้านธนาคารพาณิชย์ไม่ออกมาช่วยเหลือนักลงทุนและไม่ยอมที่จะยืดการชำระค่าใช้จ่ายหรือการชำระหนี้ออกไปแนวโน้มเป็นไปได้สูงมากว่ากลุ่มสินเชื่อ SME จะได้รับผลกระทบอย่างหนักและพวกเขาจะไม่ได้รับการชำระหนี้อย่างแน่นอนซึ่งจะส่งผลต่อรายได้ของธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อ sme  และเมื่อไม่มีการชำระหนี้ผลกระทบนี้ก็จะกลายเป็นผลกระทบระยะยาวซึ่งจะมีผลต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยในอนาคตด้วยเช่นเดียวกัน

           ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดในขณะนี้ก็คือจะต้องมีโครงสร้างเกี่ยวกับ ให้กับนักลงทุนที่เป็นเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กที่มีการลงทุนของสินเชื่อ SME โดยต้องมีการยื่นการชำระหนี้ออกไปอย่างน้อยต้องช่วยเหลือให้ทางเจ้าของบริษัท SME สามารถยืนอยู่ได้ด้วยตนเองและมีเงินมาชำระหนี้อย่างน้อยๆก็ประมาณ 13 เดือนถึงจะสามารถแก้ไขสถานการณ์วิกฤตทางด้านเศรษฐกิจนี้ได้

 

ขอบคุณ  สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ    ที่ให้การสนับสนุน